*ถึงเวลาชำระ ตำราพิชัยสงคราม* 
*ศาสตร์การทหารในปัจจุบัน เป็นศาสตร์เฉพาะสำหรับนักรบ ทหาร และผู้ถืออาวุธทุกคน ไม่เลือกว่าเป็นโจร เป็นรัฐ เป็นอะไรก็แล้วแต่เมื่อถืออาวุธอยู่ในมือ และอาวุธที่ถือนั้นสามารถฆ่าหรือกำจัดศัตรู
ของตนได้ อาวุธที่ถืออยู่นั้นหากไม่มีจุดมุ่งหมายในการถือ ถือเพื่ออะไร ถือเพื่อใคร อาวุธที่ถือนั่นก็จะไม่มีค่าอะไร เมื่อถืออาวุธก็ต้องมีการใช้ มีการฝึก มีหลักมีเป็าหมาย ตำราพิชัยสงครามคือแบบแผน
ของศาสตร์นี้มาแต่โบราณ สะสมเป็นวิทยาการมานานนนมเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้และพัฒนาต่ออาวุธที่ถือนั้นตามหลักพิชัยสงครามทุกชาติทุกภาษา มิได้จำกัดว่าต้องเป็น ปืนผาหน้าไม้หอกดาบแต่รวมไปถึง แผน วิธีการ กลเม็ดเคล็ดลับ การข่าว จิตวิทยา สาร ฯลฯ ทุกสิ่งที่ตำราพิชัยสงครามกล่าวถึง สามารถเอามาใช้ฆ่า ทำลาย กำจัด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่หวังได้ทั้งนั้น*
**ตำราทางการทหาร วิชาทางการทหาร อาจกล่าวได้ว่าเป็นพิชัยสงครามสาขาหนึ่ง ที่ผู้เรียนรู้จะใช้วิชานี้ดำรงตนในฐานะทหารแห่งกองทัพ ในกองทัพไทยวิชาการทางทหารนั้นเรามีแบบแผนแบบธรรมเนียมในการปฎิบัติเลียนแบบชาติตะวันตก หยั่งรากฝังลึกมานานตั้งแต่กองทัพไทยปฎิรูปการทหารเพื่อให้เกิดความทันสมัยตามหลักสากล เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่า ศาสตร์ทางการทหารแบบตะวันตกเป็นจุดเปลี่ยนให้กองทัพไทยในปัจจุบันมีภาพอย่างที่เห็น เราเรียน เรารู้ เราอยากเป็นทุกอย่างที่ตะวันตกเป็น เราคิด เราทำ เราดำเนิน
การทุกอย่างตามแบบตะวันตก จนเราเกือบลืมว่าเราเป็นไทย เราเป็นสายพันธุ์พิเศษที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก สายพันธุ์ที่เป็นนักรบมาแต่สายเลือดโดยกำเนิด เรามีความเป็นเลิศในการต่อสู้ทุกรูปแบบ ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นเพียงชาติเดียวในแถบนี้รึที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นมหาอำนาจ ชนทุกชาติในแถบนี้เคยตกอยู่ใต้อาณัติชาติเรามาแล้ว
ทั้งสิ้น ประวัติศาสตร์ของคนพันธุ์ไทยกว่าพันปีบ่งบอกให้เรารู้ถึงการต่อสู้อันยาวนาน เราไม่เคยไม่สู้ เราไม่เคยยอมเป็นทาสใครโดยไม่คิดปลดแอก เราไม่เคยกลัวชนชาติไหน เรามีแบบแผน มีเอกลักษณ์ มีมันสมอง มีความคิดในศาสตร์การทหารมิได้ด้อยไปกว่าพวกอารยันทั้งหลายในโลก การคงอยู่ของแผ่นดินไทยจากอดีตสู่ปัจจุบันเป็นหลักฐานบ่งบอกความจริงในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี **
***ตำราพิชัยสงคราม หากมองในแง่จุลภาค มันก็คือตำราการดำรงตนในโลกนี้ของมนุษย์สาขาหนึ่ง คนคนหนึ่งเกิดมามีชีวิตอาศัยอยู่ในโลกเน่าๆใบนี้ คนคนหนึ่งต้องต่อสู้กับการดำรงชีวิตในทุกรูปแบบ การมีแบบแผน และเป้าหมายในการใช้ชีวิต ถือเป็นพิชัยสงครามส่วนบุคคล การเอาชนะผู้อื่นเพื่อการดำรงชีพ เราต้องคิด ต้องวาง
แผน ต้องปฎิบัติ ใครฝึกมาดี ทำตามแผนของชีวิตที่วางไว้ได้ดี ปฎิบัติตัวได้ตามที่คิด ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีชัยในสงครามการดำเนินชีวิต ส่งผลให้เป็นผู้นำในบ้าน ในสังคม ในเมือง ในอาชีพ และใประเทศ นี่คือพิชัยสงครามในแง่ของจุลภาค แต่หากมองในแง่ของมหภาค พิชัยสงครามคือแบบแผนอันยิ่งใหญ่ที่น้อยคนนักจะประสบความสำเร็จในแบบแผนที่ตัวเองวางไว้ ทำจากเล็กไปใหญ่ เป็นประโยคสั้นๆที่พิชัยสงครามทั่วโลกให้แบบแผนไว้ มีมนุษย์ชนชั้นปกครองกี่คนกันที่จะประสบผลตามแบบแผนที่พิชัยสงครามวางหลักไว้ ผู้ที่ดำรงตนในการดำเนินชีวิตตามแบบแผนพิชัยสงครามตั้งแต่ตัวอักษรแรกในเบื้องต้นไปจนถึงตัวอักษรตัวสุดท้ายในพิชัยสงครามทั้งสองภาคเท่านั้น ที่จะกลับกลายมาเป็นผู้ปกครองและมีอำนาจในสังคม ในประเทศ ในโลก ในท้ายที่สุดได้**
***กองทัพไทยดำเนินรอยตามกองทัพตะวันตกมานาน ทุกวันนี้ การเรียน การฝึก กฎระเบียบ แบบแผน ยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ แนวคิด เราภูมิใจนักหนาว่าเป็นสากลและทันสมัยกว่าทุกชาติรอบๆบ้าน ไม่น่าเชื่อว่าด้วยหลักสูตรของตะวันตกเพียงหลักสูตรเดียว จะสามารถทำให้กองทัพไทยเป็นไปได้อย่างทุกวันนี้ หลักในการสงครามของตะวันตกในยุคปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่เทคโยโลยี ซึ่งก็ถูกต้องที่เราจะดำเนินรอยตาม แต่หลักของการบริหารจัดการกองทัพนั้น มันจำเป็นด้วยหรือที่เราต้องเดินตามก้นเขา หลักในการยุทธแบบสมัยใหม่เราเรียนรู้ไว้ไม่เสียหาย แต่ทุกอย่างก็ไม่ใช่ว่าจะเหมาะ
กับกองทัพไทยไปเสียทั้งหมด ยุทธศาสตร์ของกองทัพ แต่ละชาติมีสภาพทางกายภาพไม่เหมือนกัน แต่กองทัพไทยก็ลอกเขามาทั้งดุ้น การเรียนการฝึกการสอน กองทัพก็มุ่งสู่ความเป็นสากลโดยลืมนึกถึงหลักความเป็นจริงที่ว่า เราเป็นชาติเล็ก กายภาพบ้านเราไม่เหมือนตะวันตก นิสัยของคนไทยเป็นอย่างไร แบบธรรมเนียมทหารที่ใช้อยู่แบบตะวันตกมันเหมาะกับนิสัยคนไทยหรือไม่ ตะวันตกเขาใช้อยู่ก็ดูดีเพราะเขาไม่ยึดถือเรื่องเกิดก่อนเกิดหลัง แต่คนไทยยึดถือแนวอาบน้ำร้อนมาก่อน เอามาใช้ก็รังแต่จะทำให้เกิดความห่างเหินและแบ่งแยก เวลาออกสนามรบไม่เห็นจะมีใครถือหลักถือ
สถาบัน เพราะทุกคนรู้ว่าในสนามรบนั้นทุกคนโดนลูกปืนก็ตายเหมือนกันหมด ไม่มีแบ่งแยกว่า จปร.โดนยิงแล้วไม่ตาย
นายร้อยพิเศษโดนยิงแล้วตาย นายร้อยเมืองนอกโดนยิงแล้วไม่เข้า อะไรประมาณนี้ ***
****แบบทุกแบบ ศาสตร์ทุกศาสตร์ ตำราทุกตำรา ล้วนมีข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวของมันเอง หากเราจะกรองเอาแต่ข้อดีเลือกเอาแต่ที่ดีๆที่เหมาะมาใช้นั้น ก็จะดีไม่น้อย การลอกเลียนแบบมาทั้งเล่มเราก็จะได้ผลของมันออกมาทั้งดีและเสียซึ่งแบบนี้ชาติไหนใครเขาก็ทำได้ แต่หากผู้นำทัพที่มีความคิดเขาจะไม่ทำกัน นั่นจึงเป็นคำตอบที่ว่าทำไมกองทัพไทยจึงโตแต่หัว และไม่สมดุลย์ในทุกระดับชั้น ตามหลักการจัดกองทัพที่ดีตามพิชัยสงครามนั้น การบำเหน็จความชอบของทหารนั้นต้องดูที่ผลงานไม่ใช่ดูที่การศึกษาหรือคุณวุฒิหรืออายุ เหตุผลนี้เองเป็นคำตอบที่ว่าทำไมกองทัพไทยจึงมีนายพลมากที่สุด
ในโลก เพราะเราดูกันแต่อายุ รุ่น คุณวุฒิ การศึกษา ซึ่งความจริงในข้อนี้คือ การเรียน การฝึก ใครๆก็เรียก็ฝึกได้หากให้โอกาสเขา แต่คนที่จะเอาที่เรียนทีฝึกมาใช้ได้อย่างเกิดผลนั้น จะมีสักกี่คน ทีไอ้ข้อดีแบบตะวันตกข้อเนี้ย กองทัพไม่ยักเอามาใช้เป็นหลัก
อเมริกันยินดีเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่มีปัญญาผ่านการทดสอบเบื้องต้น มาเรียนหลักสูตรนักบินเครื่องบินรบ ใครก็ได้ที่เข้าเกณฑ์
เบื้องต้นมาเรียนโรงเรียนนายร้อย เรียนจบมาจะเป็นทหารหรือไม่ก็ไม่บังคับ ผลคือศาสตร์ทางการทหารบ้านเขาก้าวไปไกลจน
ใครก็ตามไม่ทัน เพราะเขาเริ่มที่บุคลากร ไม่ใช่เริ่มที่ค่านิยมหรือสถาบัน การบังคับบัญชาในกองทัพเขาก็หนักแน่นเป็นแนวก้าว
หน้า วัดกันที่ความสามารถไม่ใช่วัดกันที่คนของใคร เขาจึงมีทหารที่เป็นทหารอาชีพจริงๆ ทำงานให้กองทัพอย่างได้ผล เพราะรู้
จริง ทำเป็นจริงเพราะมีผลงานจนกองทัพยอมรับ ส่งผลให้กองทัพเขาเป็นกองทัพของชาติจริงๆ ไม่ใช่เป็นกองทัพของรัฐบาลของ
รุ่นนู้นรุ่นนี้แบบบางประเทศ ****
*****ถึงเวลาหรือยังที่กองทัพไทยจะเริ่มชำระตำราพิชัยสงครามของกองทัพเสียที เราควรมีตำรารบเป็นของตัวเอง เราควรมีระ
เบียบแบบแผนแบบไทยๆ เราควรสร้างบุคลากรทางทหารรุ่นใหม่พันธุ์ไทยแท้ หลักสูตรทางทหารทุกระดับชั้นควรถึงเวลาแก้ไข
ปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพการณ์ของประเทศ โอกาสเป็นสิ่งสำคัญที่กองทัพปิดกั้นมาโดยตลอด หากกองทัพไม่เปิดโอกาสเปิดใจ
ก็เป็นเรื่องยากที่กองทัพไทยจะปฎิรูปตัวเองให้พ้นจากสภาพตัวเล็กหัวโต บุคลากรที่จะขับเคลื่อนกองทัพไปในแนวก้าวหน้ามีอยู่
แล้วมากมายในกองทัพ แต่ด้วยกฎเกณฑ์ที่แบ่งแยกทำให้กองทัพขาดขุนทหารที่มีความสามารถไปอย่างน่าเสียดาย ตำราพิชัย
สงครามแบบอเมริกันนั้น วันนี้กองทัพไทยควรพิจารณาให้ดีว่าตลอด20ปีที่ผ่านมานี้เราใช้ผิดเล่มหรือเปล่า เพราะผลที่ออกมาอย่าง
ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่นักการทหารที่เปิดใจมอง จะรู้ดีว่าเรากำลังถอยหลังลงคลองไป20ปีแล้ว ยังไม่สายที่เราจะขึ้นจากคลอง
แล้วโดดขึ้นหลังม้าพันธุ์ไทยผสมสากล แล้วควบไปข้างหน้าเพื่อตาม ลาว พม่า เวียดนาม มาเลย์เซียให้ทัน ส่วนเขมรนั้นปล่อยมัน
คนชาตินั้นไม่มีทางเป็นอารยะได้ เพราะมีนิสัยสันดานที่ชอบเนรคุณมาแต่โบราณ แม้ปัจจุบันก็ยังไม่เปลี่ยน อย่าลืมว่ากองทัพไทย
เป็นสถาบันหลักที่จะค้ำยันความอยู่รอดของชาติและราชบัลลังก์มาตั้งแต่ครั้งบรรพชน เราไม่เหมือนชาติอื่นที่เราเอาอย่างก็ตรงนี้
ชาติต้นแบบที่กองทัพไทยเดินตามก้นเขาอยู่ เขามีกองทัพเพื่อความมั่นคง เพื่อความมั่งคั่ง เพื่ออำนาจ เพื่อการรุกราน ดังนั้นพิชัย
สงครามของเขาคือการแสวงหาอำนาจ เราไปเลียนแบบเขาเราจึงมีแต่ขุนทหารที่แสวงหาแต่ตำแหน่งหน้าที่และอำนาจ ชาติเรามี
กองทัพไว้เพื่อเป็นเสาหลักของชาติประชาชนและราชบัลลังก์ พิชัยสงครามของเราจึงต้องมีทิศทางไม่เหมือนเขา ล้นเกล้ารัชกาลที่
5ทรงดำริและดำเนินการทางการทหารมาถูกทาง แต่ผู้ไม่รู้กลับตีความพระประสงค์ของพระองค์ผิด และก็ยังคงดำเนินการสั่งสอน
กันมาแบบผิดทิศผิดทางมาตลอดรุ่นต่อรุ่น วันนี้กองทัพกำลังต้องการผู้กล้ามากอบกู้ปณิธานของนักรบไทยให้กลับมาทรนงองอาจ
ให้กลับมาเป็นที่พึ่งของชาติและประชาชนเมื่อยามมีภัย หรือกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ จะสิ้นคนดีเสียแล้ว****