User Name   Password
Hacksecrets
Home
Hop to: 

Today
Author
Topics
Post Reply

Guest
Re :   ชีพนี้ พลีเพื่อชาติ

???????????????? ??????????????????? ????????????????????????????? ?????????????????????????????????????????? ???????????????????????????????????????????????????  ???????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????? ????????????????????????????????????????????????????????????????? ????????????????????????????????? ?????????????????????? ???????????????????????????????????????????????????????????????? ?????????????????????????????????????????? (??????????????????????????????????? CEO ??????????????????) ???????????? ?????????????????????????????????


08/08/2008 04:47 AM


Guest
Topic :   สัญญาณแห่งสงครามโลกครั้งที่สาม

ประธานาธิบดีบุชลงนามในร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรเลขที่ 4286
ลงมติมอบเหรียญทองคำแห่งสภาคองเกรสแด่นางอองซานซูจี

ประธานาธิบดีบุช:  ข้าพเจ้าเพิ่งลงนามในร่างกฎหมายที่ผ่านโดยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งร่วมกับข้าพเจ้าในการแสดงความยกย่องแด่ท่านอองซานซูจี โดยการมอบเหรียญทองคำแห่งสภาคองเกรสเพื่อเป็นเกียรติแด่ท่าน

การมอบเหรียญทองคำแห่งสภาคองเกรสครั้งนี้ถือเป็นการมอบเกียรติอันเหมาะสมแด่สตรีผู้กล้าหาญที่กล้าเปล่งเสียงเรียกร้องเสรีภาพสำหรับชาวพม่าทุกคน เสียงของท่านมีพลังอย่างยิ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับเสียงของรัฐบาลทหารของพม่าที่ปกครองประเทศในขณะนี้

พม่าถูกกระหน่ำโดยภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรง ข้าพเจ้าและภริยา ตลอดจนสมาชิกวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรขอแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้งต่อประชาชนชาวพม่า สหรัฐฯ ได้มอบความช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว แต่เราต้องการให้ความช่วยเหลือมากกว่านี้ เราพร้อมส่งเจ้าหน้าที่กองทัพเรือของเราไปช่วยค้นหาศพผู้เสียชีวิต ค้นหาผู้สูญหาย และช่วยตรึงสถานการณ์แต่สหรัฐฯ จะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลทหารของพม่าอนุญาตให้คณะเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายของเราเดินทางเข้าประเทศได้

ดังนั้น สารที่เราต้องการส่งถึงผู้นำพม่าก็คือ จงให้สหรัฐฯ ช่วยเหลือท่าน และประชาชนชาวพม่า เราห่วงใยชาวพม่าด้วยใจจริง เราต้องการช่วยชาวพม่ารับมือกับภัยพิบัติที่ร้ายแรงนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็ต้องการให้ชาวพม่าได้อยู่ในสังคมที่เสรี

ข้าพเจ้าขอขอบคุณสำหรับความเป็นผู้นำของท่านทั้งหลาย และขอบคุณสำหรับความมุ่งมั่นของท่านในการแสดงออกว่าอเมริกายืนหยัดอยู่เคียงข้างสตรีผู้กล้าหาญท่านนี้



05/17/2008 04:55 AM


hacksecrets
Topic :   ประชาธิปไตย แบบพอเพียง

ประชาธิปไตยแบบพอเพียง : การสถาปนาสังคมประชาธิปไตยที่ยั่งยืน โดย คุณฌานิทธิ์ สันตะพันธุ์

โดย คุณฌานิทธิ์ สันตะพันธุ์ นิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สาขากฎหมายมหาชน)


ในประเด็นเรื่อง "ปัญหาประชาธิปไตยของไทย" นั้น ผู้เขียนตั้งใจจะนำเสนอความคิดความเห็นในรูปบทความทางวิชาการจำนวน 3 ชิ้นต่อเนื่องกัน ในลักษณะ "ไตรภาค" โดยในบทความชิ้นแรก คือบทความเรื่อง "วัฒนธรรมทางการเมืองของไทย : รัฐธรรมนูญที่แท้จริงซึ่งไม่เคยถูกยกเลิก" นั้นได้นำเสนอถึง วัฒนธรรมทางการเมืองของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอันเป็น "ปฐมเหตุแห่งปัญหา" พัฒนาการทางประชาธิปไตยของไทย ในบทความชิ้นที่สอง คือบทความเรื่อง "วัฒนธรรมทางการเมืองแบบพลเมือง : แนวทางการสร้างสังคมประชาธิปไตย" ได้นำเสนอ "แนวทางการแก้ไขปัญหา" ดังกล่าว โดยการสร้างสังคมประชาธิปไตยซึ่งประชาชนจะมีวัฒนธรรมทางการเมืองแบบพลเมือง และในบทความชิ้นที่สาม อันเป็น "ปัจฉิมบท" นี้จะได้นำเสนอ "แนวทางการธำรงรักษาไว้" ซึ่งความเป็นประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย มีเสถียรภาพ มั่นคงและยั่งยืนสืบไป อันยากยิ่งกว่าการได้มาซึ่งความเป็นประชาธิปไตย ทั้งนี้ แนวทางซึ่งผู้เขียนจะนำเสนอนี้ ผู้เขียนขอเรียกว่า "แนวทางประชาธิปไตยแบบพอเพียง" (Sufficiency Democracy)
อนึ่ง ผู้เขียนมีความมุ่งมาดปรารถนาที่จะนำเสนอบทความนี้ต่อสาธารณะในเดือนธันวาคม 2550 อันเป็นมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติองค์พระผู้ทรงเป็นพลังแห่งแผ่นดิน และประโยชน์ใดอันหากบังเกิดมีจากบทความชิ้นนี้ ขอถวายเป็นราชสักการะแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความอยู่ดีมีสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

1. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ

1.1 ประมวลพระราชดำรัส
ตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ บรมราชาภิเษกภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณภายในพระบรมมหาราชวัง มีพระปฐมบรมราชโองการว่า"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" นั้นเป็นที่ประจักษ์แจ้งว่าพระบรมเดชานุภาพ และพระบุญญาบารมีของพระองค์ดั่งฝนดับไฟในแผ่นดินหลายครั้งหลายครา ด้วยพระองค์ได้ทรงอุทิศกำลังพระวรกายและกำลังพระสติปัญญา บำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ โดยคำนึงถึงประโยชน์สุขของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเป็นที่ตั้ง
หลายท่านอาจเข้าใจว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ประชาชาวไทย เมื่อคราวบ้านเมืองเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 จากพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าทูลละอองทุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540 ความตอนหนึ่งว่า
"...การที่จะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง อันนี้ก็เคยบอกว่า ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้ มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไร ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก อย่างนี้ท่านนักเศรษฐกิจต่างก็มาบอกว่าล้าสมัย จริงอาจจะล้าสมัย คนอื่นเขาต้องมีเศรษฐกิจที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน เรียกว่า เศรษฐกิจการค้า ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง เลยรู้สึกว่าไม่หรูหรา แต่เมืองไทยเป็นประเทศที่มีบุญอยู่ว่าผลิตให้พอเพียงได้...
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของเศรษฐกิจแบบค้าขาย ภาษาฝรั่งเขาเรียก Trade Economy ไม่ใช่แบบพอเพียง ซึ่งฝรั่งเขาเรียก Self - Sufficient Economy ที่ไหนทำแบบ Self - Sufficient Economy คือเศรษฐกิจแบบพอเพียงกับตัวเอง เร


05/16/2008 01:11 AM


hacksecrets
Topic :   แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ปัญหาที่ถูกมองข้าม

โดย พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นักศึกษาปริญญาเอกทางกฎหมาย มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน สหรัฐอเมริกา


ณ ปัจจุบัน เรามีรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ทันทีหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ได้มีการเรียกประชุมเพื่อกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่รัฐบาลจะนำใช้บริหารประเทศ อย่างไรก็ดี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 176 บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่างๆ ที่จะใช้ในการบริหารประเทศเหล่านั้นต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันเข้ารับตำแหน่งด้วย
นอกจากนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลจะกำหนดขึ้นมาโดยเห็นเป็นการสมควรและเหมาะสมเพื่อใช้ดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว รัฐบาลก็ต้องไม่ลืมที่จะต้องปฎิบัติตามนโยบายอื่นๆ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้ในหมวดที่ 5 ว่าด้วยเรื่อง "แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ" อีกด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ถือเป็นพันธะของรัฐบาลที่จะต้องยึดและปฎิบัติตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญวางหลักไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดนโยบายหรือการตรากฎหมายต่างๆ เพื่อมารองรับหลักการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ดังกล่าว ซึ่งโดยหลักแล้วจะเป็นเรื่องที่สำคัญอันเกี่ยวข้องกับประเทศชาติและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เช่น ความมั่นคงของประเทศ เรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข ฯลฯ เป็นต้น
หมวดที่ 5 ว่าด้วยเรื่อง "แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ" ของรัฐธรรมนูญนี้ ถือเป็นบทบัญญัติประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่สำคัญหมวดหนึ่งที่รัฐพึงต้องตระหนักถึง แต่จะทำอย่างไรหากรัฐมิได้ปฎิบัติตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการไม่ปฎิบัตินั้นกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กล่าวคือ ประชาชนสามารถที่จะดำเนินการฟ้องร้องการไม่ปฎิบัติการของรัฐนั้นได้หรือไม่ เนื่องจากมาตรา 75 และ 76 ซึ่งเป็นบทบัญญัติหลักของ "แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ" กล่าวเพียงว่ารัฐบาลต้องดำเนินการชี้แจงพร้อมทั้งจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐสภาปีละหนึ่งครั้งถึงการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
คำถามดังกล่าวไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในตัวรัฐธรรมนูญฉบับประชามติแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าคณะสภาร่างรัฐธรรมนูญจะได้กล่าวยืนยันในขณะที่ร่างว่า คณะสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ทำให้ "แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ" ของรัฐธรรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นชัดเจนและผูกพันรัฐมากกว่าเดิม (ฉบับปี พ.ศ. 2540) ทั้งนี้เพื่อเป็นการคุ้มครอง ส่งเสริมและขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ตามที่ได้ปรากฎในบันทึกเจตนารมณ์ของสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ผู้เขียนไม่เห็นว่าเพียงแค่การบัญญัติ มาตรา 75 และ 76 เพิ่มเติมขึ้นมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2540 จะก่อให้เกิดผลผูกพันรัฐในการที่จะต้องปฎิบัติตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมากขึ้นแต่อย่างใด กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ หลักการของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและฉบับ พ.ศ. 2540 นั้นแทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย นั่นคือ ไม่มีสภาพบังคับให้รัฐบาลต้องทำตาม
อีกทั้ง ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะมีทางออกให้ในกรณีที่รัฐมิได้ปฎิบัติตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐและกระทบสิทธิเสรีภาพหรือความเป็นอยู่ของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการออกกฎหมายมาเพื่อการสารธารณสุขของประชาชน เป็นต้น ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนจะสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายนั้นต่อประธานรัฐสภาตามมาตรา 142 (4) และ 163 ได้ แต่ในรัฐธรรมนูญก็มิได้มีการบัญญัติในเรื่องของเยียวยาแก้ไขด้วยการฟ้องร้องต่อศาลให้รัฐต้องปฎิบัติตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในกรณีที่รัฐมิได้ปฎิบัติตามเลย
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังพอจะเห็น "แสงสว่างตรงปลายอุโมงค์" หรือ ทางเยียวยาแก้ไขได้ในบางกรณีหากปรากฎว่ารัฐบาลมิได้ปฎิบัติตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ หากการไม่ปฎิบัติการใดๆ ของรัฐบาลนั้นส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ปรากฎอยู่ในหมวดที่ 3 ว่าด้วยเรื่อง "สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย" ประชาชนก็สามารถดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อบังคับให้รัฐต้องปฎิบัติตามได้ ทั้งนี้บนพื้นฐานที่ว่ารัฐได้ล่วงละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญได้รับรองคุ้มครองไว้ ซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องตามหลักกฎหมายมหาชน (status positivus) นั่นเอง
แต่การฟ้องร้องดังกล่าวนี้ก็ยังมีขอบเขตจ


05/16/2008 01:07 AM


hacksecrets
Topic :   ชีพนี้ พลีเพื่อชาติ

*ถึงเวลาชำระ ตำราพิชัยสงคราม*

Image

*ศาสตร์การทหารในปัจจุบัน เป็นศาสตร์เฉพาะสำหรับนักรบ ทหาร และผู้ถืออาวุธทุกคน ไม่เลือกว่าเป็นโจร เป็นรัฐ เป็นอะไรก็แล้วแต่เมื่อถืออาวุธอยู่ในมือ และอาวุธที่ถือนั้นสามารถฆ่าหรือกำจัดศัตรู
ของตนได้ อาวุธที่ถืออยู่นั้นหากไม่มีจุดมุ่งหมายในการถือ ถือเพื่ออะไร ถือเพื่อใคร อาวุธที่ถือนั่นก็จะไม่มีค่าอะไร เมื่อถืออาวุธก็ต้องมีการใช้ มีการฝึก มีหลักมีเป็าหมาย ตำราพิชัยสงครามคือแบบแผน
ของศาสตร์นี้มาแต่โบราณ สะสมเป็นวิทยาการมานานนนมเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้และพัฒนาต่ออาวุธที่ถือนั้นตามหลักพิชัยสงครามทุกชาติทุกภาษา มิได้จำกัดว่าต้องเป็น ปืนผาหน้าไม้หอกดาบแต่รวมไปถึง แผน วิธีการ กลเม็ดเคล็ดลับ การข่าว จิตวิทยา สาร ฯลฯ ทุกสิ่งที่ตำราพิชัยสงครามกล่าวถึง สามารถเอามาใช้ฆ่า ทำลาย กำจัด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่หวังได้ทั้งนั้น*

**ตำราทางการทหาร วิชาทางการทหาร อาจกล่าวได้ว่าเป็นพิชัยสงครามสาขาหนึ่ง ที่ผู้เรียนรู้จะใช้วิชานี้ดำรงตนในฐานะทหารแห่งกองทัพ ในกองทัพไทยวิชาการทางทหารนั้นเรามีแบบแผนแบบธรรมเนียมในการปฎิบัติเลียนแบบชาติตะวันตก หยั่งรากฝังลึกมานานตั้งแต่กองทัพไทยปฎิรูปการทหารเพื่อให้เกิดความทันสมัยตามหลักสากล เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่า ศาสตร์ทางการทหารแบบตะวันตกเป็นจุดเปลี่ยนให้กองทัพไทยในปัจจุบันมีภาพอย่างที่เห็น เราเรียน เรารู้ เราอยากเป็นทุกอย่างที่ตะวันตกเป็น เราคิด เราทำ เราดำเนิน
การทุกอย่างตามแบบตะวันตก จนเราเกือบลืมว่าเราเป็นไทย เราเป็นสายพันธุ์พิเศษที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก สายพันธุ์ที่เป็นนักรบมาแต่สายเลือดโดยกำเนิด เรามีความเป็นเลิศในการต่อสู้ทุกรูปแบบ ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นเพียงชาติเดียวในแถบนี้รึที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นมหาอำนาจ ชนทุกชาติในแถบนี้เคยตกอยู่ใต้อาณัติชาติเรามาแล้ว
ทั้งสิ้น ประวัติศาสตร์ของคนพันธุ์ไทยกว่าพันปีบ่งบอกให้เรารู้ถึงการต่อสู้อันยาวนาน เราไม่เคยไม่สู้ เราไม่เคยยอมเป็นทาสใครโดยไม่คิดปลดแอก เราไม่เคยกลัวชนชาติไหน เรามีแบบแผน มีเอกลักษณ์ มีมันสมอง มีความคิดในศาสตร์การทหารมิได้ด้อยไปกว่าพวกอารยันทั้งหลายในโลก การคงอยู่ของแผ่นดินไทยจากอดีตสู่ปัจจุบันเป็นหลักฐานบ่งบอกความจริงในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี **

***ตำราพิชัยสงคราม หากมองในแง่จุลภาค มันก็คือตำราการดำรงตนในโลกนี้ของมนุษย์สาขาหนึ่ง คนคนหนึ่งเกิดมามีชีวิตอาศัยอยู่ในโลกเน่าๆใบนี้ คนคนหนึ่งต้องต่อสู้กับการดำรงชีวิตในทุกรูปแบบ การมีแบบแผน และเป้าหมายในการใช้ชีวิต ถือเป็นพิชัยสงครามส่วนบุคคล การเอาชนะผู้อื่นเพื่อการดำรงชีพ เราต้องคิด ต้องวาง
แผน ต้องปฎิบัติ ใครฝึกมาดี ทำตามแผนของชีวิตที่วางไว้ได้ดี ปฎิบัติตัวได้ตามที่คิด ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีชัยในสงครามการดำเนินชีวิต ส่งผลให้เป็นผู้นำในบ้าน ในสังคม ในเมือง ในอาชีพ และใประเทศ นี่คือพิชัยสงครามในแง่ของจุลภาค แต่หากมองในแง่ของมหภาค พิชัยสงครามคือแบบแผนอันยิ่งใหญ่ที่น้อยคนนักจะประสบความสำเร็จในแบบแผนที่ตัวเองวางไว้ ทำจากเล็กไปใหญ่ เป็นประโยคสั้นๆที่พิชัยสงครามทั่วโลกให้แบบแผนไว้ มีมนุษย์ชนชั้นปกครองกี่คนกันที่จะประสบผลตามแบบแผนที่พิชัยสงครามวางหลักไว้ ผู้ที่ดำรงตนในการดำเนินชีวิตตามแบบแผนพิชัยสงครามตั้งแต่ตัวอักษรแรกในเบื้องต้นไปจนถึงตัวอักษรตัวสุดท้ายในพิชัยสงครามทั้งสองภาคเท่านั้น ที่จะกลับกลายมาเป็นผู้ปกครองและมีอำนาจในสังคม ในประเทศ ในโลก ในท้ายที่สุดได้**

***กองทัพไทยดำเนินรอยตามกองทัพตะวันตกมานาน ทุกวันนี้ การเรียน การฝึก กฎระเบียบ แบบแผน ยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ แนวคิด เราภูมิใจนักหนาว่าเป็นสากลและทันสมัยกว่าทุกชาติรอบๆบ้าน ไม่น่าเชื่อว่าด้วยหลักสูตรของตะวันตกเพียงหลักสูตรเดียว จะสามารถทำให้กองทัพไทยเป็นไปได้อย่างทุกวันนี้ หลักในการสงครามของตะวันตกในยุคปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่เทคโยโลยี ซึ่งก็ถูกต้องที่เราจะดำเนินรอยตาม แต่หลักของการบริหารจัดการกองทัพนั้น มันจำเป็นด้วยหรือที่เราต้องเดินตามก้นเขา หลักในการยุทธแบบสมัยใหม่เราเรียนรู้ไว้ไม่เสียหาย แต่ทุกอย่างก็ไม่ใช่ว่าจะเหมาะ
กับกองทัพไทยไปเสียทั้งหมด ยุทธศาสตร์ของกองทัพ แต่ละชาติมีสภาพทางกายภาพไม่เหมือนกัน


05/16/2008 00:53 AM

Latest 10 Hot Threads   (threads containing 10 posts or more)
Author
Topics
Replies
Views
Post Reply
TIMEZONE GMT -04.0: 09/06/2008 00:32 AM. Powered by Aimoo.com
You can update your time zone setting in the profile.